หลายครั้งที่เราหันไปมองลูกแล้วพบว่าเขากำลังนั่งจ้องมองไปในความว่างเปล่า แววตาดูนิ่งสนิทไปชั่วขณะ ปรากฏการณ์ที่ลูกชอบนั่งเหม่อกลายเป็นภาพชินตาที่พ่อแม่หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงการพักสายตาหรือแค่เด็กใจลอยตามวัย แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการเหม่อลอยอาจเป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือเบื้องต้นจากร่างกายและจิตใจ เพื่อบอกว่าพวกเขากำลังเผชิญกับภาวะความเครียดสะสมหรือสมองล้าจนเกินขีดจำกัด ลูกชอบนั่งเหม่อสังเกตได้ยังไงว่าเครียด หรือเพราะสมองล้า การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างความเครียดและสมองล้าจะช่วยให้เราสามารถเข้าไปโอบกอดและแก้ไขปัญหาลูกชอบนั่งเหม่อได้อย่างถูกจุด ก่อนที่อาการเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและสุขภาพจิตในระยะยาว ซึ่งพ่อแม่สามารถสังเกตความแตกต่างได้ดังนี้ 1. เมื่อความเครียด ทำให้ลูกเหม่อเพราะกังวล ความเครียดในเด็กไม่ได้เกิดจากภาระงานเหมือนผู้ใหญ่ แต่มาจากการถูกกดดันด้านการเรียน การปรับตัวเข้ากับกลุ่มเพื่อน หรือแม้แต่ความคาดหวังลึก ๆ จากครอบครัว เมื่อเด็กตกอยู่ในสภาวะเครียด กลไกการป้องกันตัวของสมองจะทำงานด้วยการถอนตัวออกจากโลกความเป็นจริงชั่วคราว จุดสังเกต ลูกมักจะมีอาการร่วม เช่น ดูตกใจเมื่อถูกเรียก กระสับกระส่าย หรือแสดงความวิตกกังวลออกทางสีหน้า นั่นอาจเป็นเพราะเขากำลังจมอยู่ในความคิดที่แก้ไม่ตก สมองของเด็กจะวนเวียนอยู่กับปัญหาที่ทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัย การเหม่อลอยในลักษณะนี้มักมาพร้อมกับอาการทางกายอื่น ๆ เช่น บ่นปวดท้องหรือปวดหัวบ่อยครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ นอนไม่หลับ หรือฝันร้ายบ่อย ๆ 2. เมื่อสมองล้า จึงทำให้เหม่อเพราะแบตหมด อีกด้านหนึ่งภาวะสมองล้าอาจเกิดจากการใช้งานสมองส่วนหน้าหนักเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการเรียนติดต่อกันหลายชั่วโมง การเล่นเกมที่ต้องใช้สมาธิสูง หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ จนสารเคมีในสมองเกิดความไม่สมดุล จุดสังเกต หากพบว่าลูกชอบนั่งเหม่อ และเมื่อเรียกแล้วเขาดูเบลอ ๆ ต้องใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าจะประมวลผลคำสั่งได้ หรือมีอาการหลงลืมง่าย เช่น ลืมว่ากำลังจะพูดอะไร หรือลืมหยิบของที่วางอยู่ตรงหน้า นั่นเป็นสัญญาณบอกว่าสมองต้องการการรีบูต …
วิธีแยกให้ออก “ลูกชอบนั่งเหม่อ” เพราะเครียดหรือสมองล้า
